มอเตอร์เกียร์

มอเตอร์เกียร์คืออะไร ต่างจากมอเตอร์ธรรมดาอย่างไร

มอเตอร์เกียร์

ถ้าพูดถึงมอเตอร์ ทุกคนก็คงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราเห็นกันได้ทั่วไป แม้กระทั่งของใกล้ตัวของเราเอง ย่างเช่นพัดลม หรือไม่ก็เป็นปั๊มน้ำ ก็ล้วนแต่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบทั้งนั้น แต่เมื่อเป็น มอเตอร์เกียร์ หลายคนก็อาจจะไม่รู้จักสักเท่าไหร่ นอกจากคนที่ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า หรือไม่ก็เป็นวิศวกร ก็จะรู้จักกับมอเตอร์ชนิดเป็นอย่างดี

โดยมอเตอร์นั้น ก็จะทำหน้าที่เป็นตัวแปลงกระแสไฟฟ้า ให้มาเป็นพลังงานกล อย่างเช่นพัดลมนั่นเอง เมื่อได้รับกระแสไฟฟ้าที่เราเสียบปลั๊ก มอเตอร์ทำการเปลี่ยนกระแสไฟไปเป็นพลังงานกล ด้วยการทำให้พัดลมหมุน แล้วเราก็จะรู้สึกเย็นนั่นเอง

แต่สำหรับมอเตอร์ที่ใช้ในการทดเกียร์ จะมีความแตกต่างไปโดนสิ้นเชิง เพราะระบบเกียร์ จะทำหน้าที่ในการลดกำลังของมอเตอร์ และลดความเร็วของมอเตอร์ เพราะว่ากำลังและความเร็วของมอเตอร์โดยตรงนั้น มีความเร็วเกินนไป ไม่เหมาะกับลักษณะงานบางประเภท อย่างเช่นงานประเภทสายพาน หรือไม่ก็เป็นการลำเลียง ที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ เพราะเหตุนี้เอง จึงต้องอาศัย มอเตอร์เกียร์ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทอนกำลังของมอเตอร์ลง

ให้เหมาะกับงานที่ต้องการ โดยชนิดของมอเตอร์ที่ใช้ในการทดเกียร์นั้น สามารถที่จะปรับความช้า หรือว่าความเร็วตามที่ต้องการได้ ว่าต้องการเร็วหรือว่าช้าแค่ไหนยกตัวอย่างเช่น 1/10,1/20,1/30,1/40 เป็นต้น ให้เหมาะกับงานที่เราต้องการ

สำหรับชนิดของมอเตอร์เกียร์นั้น สามารถแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

-ชนิดทรงกระบอก เป็นมอเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานหนัก ข้อดีคือไม่มีเสียงดังมาก และมีการสูญเสียไม่มากเหมาะกับอุตสาหกรรมที่ใช้กำลังขนาดใหญ่

-ชนิดเสี้ยม ข้อดีขของมอเตอร์ทดเกียร์ชนิดนี้คือ สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น และไม่เกิดเสียงดังมาก เพราะเฟืองที่ขาดเอียง จะทำให้เกิดการเสียดสีที่น้อยลง สามารถที่จะทำงานติดต่อกันนเป็นเวลานานๆ ได้ แต่ก็มีข้อเสียคือมีการสูญเสียเยอะ

-ชนิดแฉก เหมาะกับงานที่ต้องการอัตราทดเฟืองเยอะๆ เพราะให้กำลังในการถ่ายเยอะ และมีความทนทานมาก แต่ข้อเสียก็คือ ประกอบยาก และต้องอาศัยการดูแลที่มากพอสมควร เพราะอุปกรณ์บางอย่าง เสี่ยงต่อการพังง่าย

-ชนิดตัวหนอน เหมาะกับงานที่ต้องการอัตราการทดกำลังที่มากๆ และต้องการความเงียบ แต่ข้อเสียคือมีการสูญเสียกำลังสูง และมีแรงกระทำที่สูงมากด้วย

-ชนิดสะพาน เหมาะกับการทำงานได้หลากหลาย ตามลักษณะงานของงแต่ละประเภท แต่ก็มีข้อเสียคือ ไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เพราะต้องอาศัยการทำงานแบบเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ

ปัจจุบันนี้ มักนิยมเลือกใช้ มอเตอร์เกียร์ เพียง 5 ชนิดนี้เท่านั้น การจะเลือกซื้อเมอรเตอร์ชนิดไหน แบบทรงไหน ก็ขึ้นอยู่กับลักษระงานของเราด้วย นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนการเลือกซื้อนั้น จะต้องพิจารณาเฟืองตัวเล็กๆ อย่างเช่นเฟืองวงแวน เฟืองก้างปลา และเฟืองเกลียวด้วย ทุกอย่างที่กล่าวมา ล้วนแต่มีผลต่อการนำมาใช้งานของเราทั้งสิ้น

และถ้าหากอยากจะได้ มอเตอร์เกียร์ ที่ดีที่สุด ก็ต้องมีการศึกษา หรือไม่ก็ปรึกษาคนที่มีความชำนาญ เกี่ยวกับมอเตอร์ทดกำลังก่อนซื้อ เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดความเสียหายขั้นในภายหลังได้